วง "ไอ้แว่น" ในสภาพสมบูรณ์ พร้อมใช้งาน สำเร็จแล้ว 

การซ้อมหนักในช่วงนั้นเป็นอะไรที่สนุกมากกว่าเบื่อหน่าย เพราะหลังจากเครียดจากการเรียนแล้ว ได้มาเล่นดนตรีในอีกแบบนึงซึ่งถือว่าสวนทางกับการเรียนอย่างแรง 

(อย่าลืม!!ว่าพวกเราเป็นนักเรียนดนตรีที่เล่นดนตรีได้ง่อยมาก 555)

 

เย็นวันหนึ่งหลังจากการซ้อม...

ด้วยความคิดการณ์ไกลของ ผู้ก่อตั้งวง "คุณอาร์ท" ที่เล็งเห็นว่าชื่อวงควรจะเป็นอะไรที่สากล ฟังดูดี มีชาติตระกูล จึงขอคำปรึกษากับ "คุณแม็กซ์" เรื่องชื่อวงว่า...

อาร์ท :  "เฮ้ยโป๊ย!!! (ฉายาของแม็กซ์) จะใช้ชื่อวงไอ้แว่นจริงเหรอวะ?"

โป๊ย เอ้ย! แม็กซ์ :  "ก็เออดิ ให้เกียรติมึงเลยนะเนี่ย ชื่อเนี้ย"

อาร์ท :  "ชื่อมันต้องเท่ห์ๆ อินเตอร์ๆ หน่อยดิวะ"

โป๊ย เอ่อ…แม็กซ์ :  "………."

อาร์ท :  "มึงคิดดิ๊"

โป๊ะ…แม็กซ์ : "……………"

อาร์ท : พึมพำ "…ซุปเปอร์…กลาสเซส.."

แม็กซ์ เอ้ย! ถูกแล้ว :  "เมื่อกี๊ว่าไงนะ"

อาร์ท : "ซุปเปอร์กลาสเซส"

แม็กซ์ :  "เออ!!!!!!"

  เปรี๊ยะ!!!!!!!! (เสียงฝ่ามือคุณอาร์ทกระทบกับศรีษะคุณแม็กซ์ ดังไปถึงป้ายรถเมล์หน้าคณะ)

อาร์ท :  "มึงจะเออเสียงดังทำเห้อะไร?"

แม็กซ์ : "เค้าจะบอกว่าให้เอาชื่อนี้ไง ซุปเปอร์กลาสเซสเนี่ย"

อาร์ท : "ก็แค่นั้น ไม่ต้องเสียงดังก็ได้ไอ้โป๊ย"

แม็กซ์ : "ค้าบบบบบบ"

อาร์ท : "งั้นใช้ชื่อนี้แหละ ซุปเปอร์กลาสเซส"

แม็กซ์ : "โอเค ค้าบบบบ"

หลังจบการสนทนา ทั้งสองหันหน้ามองกัน

แม็กซ์แสยะยิ้มเห็นฟัน ฟิ้ง!!

อาร์ทยิ้มน้อยๆที่มุมปากแสงจากด้านนอกสะท้อนไปที่แว่นของ "ไอ้แว่น"  ฟิ้ง!!

นัยน์ตาจ้องมองกันแวบหนึ่งพร้อมกับพยักหน้า เป็นนัยว่า วงดนตรีของเราเองได้ถือกำเนิดขึ้นในโลกแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆๆๆ..........

 

 

หลังจากได้ชื่อและรวบรวมเหล่าสมาชิก ที่ยากพอๆกับการหาดราก้อนบอลของชาวซุปเปอร์ไซย่า

คราวนี้ก็ถึงเวลาของชาวซุปเปอร์กลาสเซสบ้างล่ะ !!!

 

 

เป็นไปตามธรรมเนียม ของสถานบันเทิงทุกที่ ในการจะรับนักดนตรีซึ่งถือได้ว่าเป็นหน้าเป็นตาของร้านนั้นๆ เพื่อดึงดูดลูกค้าที่จะเข้ามาเสพเสียงเพลงกันให้สนานหัวใจ ก็ต้องมีการทดสอบ หรือ ออดิชัน (Audition) นั่นเอง

 

 

ถ้าใครนึกภาพการออดิชั่นไม่ออก...

การออดิชั่น เปรียบเสมือนการสอบสัมภาษณ์ โดยปราศจากการสอบข้อเขียน สิ่งที่เล่นออกมา เปรียบเสมือนคำพูดของคุณในการตอบคำถามของผู้สัมภาษณ์ ผู้ซึ่งใช้ ตากับยาย....หงึ่ม!!! ตากับหู ในการพิจารณารับคุณเข้าทำงาน

 

ความพร้อมของเหล่า SPG ตอนนั้นถ้าบอกว่า 100% คงน้อยไป 

มันมีมากกกกกกกก 

มากพอๆกับความ "อยาก" ที่จะได้เล่นดนตรีแบบนี้ให้ชาวโลกได้ "รับฟังและรับชม" 

 

 

สังเกตไหม?

เราให้ "รับฟัง" มาก่อน "รับชม"

 

 

เพราะอะไร?

เพราะ…ถ้าพูดถึงหน้าตา ที่จะต้องเป็นจุดขายของวงดนตรีในประเทศนี้แล้วล่ะก็...หึ หึ SPGสอบตก!!! เรียกว่าตกตั้งแต่ไก่โห่แน่นอน (5555) 

แต่เหตุผลจริงๆ ไม่ได้มีแค่นั้น SPGในตอนนั้นอยากนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้ผู้ฟังเท่านั้นเอง (บวกกับค่าน้ำค่าขนมนิดหน่อยให้พวกเราได้อยู่รอด หุหุ) 

เมื่อพอใจที่ได้ "รับฟัง" แล้ว จึงเกิดความอยาก "รับชม" ขึ้นมา 

 

การนัดหมายวันออฯ จึงเกิดขึ้น เหล่าSPGได้รับการนัดออดิชั่นในช่วงเย็น ของวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2548 

เหล่าชาวSPGจึงถือเอาวันนี้เป็นวัน D-Day ในการมุ่งสู่ความปรารถนาในใจ แต่ทว่า....

 

 

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ปล. คอนเสิร์ตที่เปรียบเสมือนการแสดงต่อหน้าสาธารณชนครั้งแรก ของ SPG ก็คืองานวันศิลป์ พีรศรี ซึ่งจัดขึ้นทุกๆวันที่15 กันยายนของทุกปี ในปีนั้น (พ.ศ.2548) SPGได้รับเกียรติจาก คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ให้ขึ้นเล่นบนเวทีหน้าตึกจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ หรือที่ชาวศิลปากรเรียกว่า "ฝั่งทับแก้ว" นั่นเอง (ซึ่งฝั่งทับแก้วจะจัดก่อนฝั่งวังท่าพระ 2-3 วัน)

การแสดงครั้งนั้นถือเป็นการเบิกร่อง และเรียกความมั่นใจของ SPG ก่อนการไปออดิชั่น เริ่มต้นและจบลงด้วยความสลวยสวยงาม เป็นที่กล่าวขานของพี่น้องชาว "จิดกำ" และเป็นผลให้SPGยังคงได้รับความไว้วางใจให้เล่นงานวันศิลป์ พีรศรี จนถึงทุกวันนี้ (ขอบคุณ คุณเก๊ทโซ่จิตรกรรม ที่ให้เกียรติและโอกาสกับพวกเรา...Respect)

ปล2. การแสดงในวันนั้น คุณปอม มือคีย์บอร์ด มิได้ร่วมยืนอยู่บนเวทีตลอดทั้งการแสดง เนื่องจากมีเหตุขัดข้องทางเทคนิค (เป็นข้ออ้างที่ใช้ง่ายและดูมีเหตุผล) ด้วยจำนวนสมาชิก จำนวนเครื่องดนตรีที่มากชิ้น และทางงานคงไม่คิดว่าจะมีวงห่าอะไรใช้เครื่องเยอะขนาดนี้ คุณปอมจึงไม่มีตู้คีย์บอร์ดใช้

แต่!!!!! อุปสรรคเพียงเท่านี้มิอาจเป็นกำแพงขวางกั้นความมุ่งมั่นในการสำแดงสุนทรียศาสตร์แห่งดนตรีสกาของคุณปอมแต่อย่างใด คุณตั้มมือเบสแก้ปัญหาโดยให้คุณปอมต่อสายตรงเข้ามิกซ์บอร์ดที่อยู่ห่างจากเวทีประมาณเหยียบสิบเมตร และด้วยความยาว ไม่ใช่สิ ความสั้นของสายแจ็คทำให้คุณปอมต้องยืนเล่นอยู่ข้างมิกซ์บอร์ดจนจบโชว์ 

สมาชิกยุค "หัดเดิน" ได้โอกาสในการออดิชั่นแล้ว

แต่เหตุใดที่ทำให้พวกเขาพลาดการทดสอบนั้น

โปรดติดตามตอนต่อไป!!!!!!!

edit @ 25 Feb 2011 10:25:11 by spgska

Comeback Soon

posted on 23 Feb 2011 22:44 by spgska

หลังจากได้เคยทำการสัญญิงสัญญา...

ในการกระแทกแป้นพิมพ์เพื่อมหากาพย์แห่งคณะมโหรีดนตรีสกาเอาไว้ เมื่อนานมาแล้ว 

ผ่านไปพักใหญ่ (ถึงขั้น มันใหญ่มาก) ก็ยังไม่ได้เห็นภาคต่อของเรื่องราวนี้อีกเลย เป็นระยะเวลากว่าสามเดือน 

 

มาบัดนี้ ผู้บันทึกเรื่องราวได้ถึงคราวเปลี่ยนมือมาเป็นอีกหนึ่งสมาชิกของวงจากยุค "หัดเดิน" 

(เป็นใครนั้นขอไม่เอ่ยนามก็แล้วกัน) จะมาเป็นผู้เรียงร้อยถ้อยความให้พวกคุณได้รู้ทุกการก้าวย่างของ

วงที่เดินทางไปเล่นที่ไหนแล้วชาวบ้านเขาไม่คิดว่านี่คือ "ศิลปิน"

วงที่ชื่อ "ยาว" ที่สุดในสยามประเทศ

วงที่(เกือบจะ)มีสมาชิก "มาก" ที่สุดในประเทศนี้

วงที่ไม่มีคน "หน้าตาดี(มาก)" เป็นสมาชิกในวงเลย

วงที่ "ไม่มีร้านเล่น" เพราะจำนวนสมาชิก(555)

วงสกาที่ "น่ารักน่าหยิก" ที่สุดของบ้านนี้เมืองนี้...

"คณะมโหรีดนตรีสกา The Super Glasses Ska Ensemble"

 

กับการกลับมาอีกครั้งของ...

อภิมหาอมตะนิรันดร์กาล...มหากาพย์...พงศาวดารคณะมโหรีดนตรีสกาฉบับสมบูรณ์ (The SPG Chronicle)

ที่นี่ เร็วๆนี้!!!!!!

 

อขอบคุณที่รออ่านและขอภัยทุกๆท่านที่ปล่อยให้รอคอยภาค 2 ด้วยใจอดทนอยู่นานนนนนน

ต่อไปนี้สัญญาว่าจะอัฟเดตทุกสัปดาห์จริงๆแล้วจ้า......  


มาเริ่มพงศาวดารคณะมโหรีดนตรีสกาฉบับสมบูรณ์ ภาค 2 กันเลยยย!!!!

 

 

 

บางครั้งความไปด้วยกันไม่ได้ในวงดนตรี  อาจไม่ใช่เพราะนิสัยใจคอไม่เข้ากัน

หรือคนในวงเล่นไม่ดีจนไม่สามารถไปด้วยกันได้ 

แต่อาจเป็นเพราะคนในวงมันเล่นดีเกินกว่าที่จะมาร่วมทางกันได้.....ก็มีนะ 

 

 

 

 

 

วงไอ้เเว่นด้วยสมาชิกยุคตั้งไข่เริ่มซ้อมกันได้ไม่นาน    ลางแห่งความเข้ากันไม่ได้เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ

 

โดยเฉพาะแก๊งเครื่องเป่า.......

 

 

การเป่าทรัมเป็ตด้วยความเร็วสูงของคุณปิ๊กนั้

สวนทางกับสไตล์การเป่าทรอมโบนของคุณอุ้ยโดยสิ้นเชิง

 

ตำแหน่งเครื่องเป่าเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมากกับวงดนตรีสกา

หากไร้ซึ่งความกลมกลืนแล้วนั้น.....ก็ไม่ต่างอะไรกับ  "แก-วง"(แตร-วง) งานบวช

ซึ่งตอนนั้นเราก็ยังไม่อยากได้ "แก-วง" มาอยู่ในวง

 

 

เราจึงต้องแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน

น่าเสียดายที่คุณปิ๊กไม่ได้อยู่ร่วมแก้ไขปัญหาด้วยกันเนื่องจากต้องเรียนหนักจึงต้องออกจากวงไป

 

 

อุ้ยบอกว่ากูไม่อยากเป่าคนเดียว

มันเหงา...... 

 

 

 

 

พี่ตั้มมือเบสจึงเป็นผู้อาสาตามหาเครื่องเป่าช้างเผือกด้วยตัวเอง

 

 

 

ผลที่ได้คือ  "สุบิน" ......

"สุบิน"  เป็นนักศึกษา มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะดุริยางคศาสตร์ สาขาการแสดงดนตรี (ดนตรีคลาสสิค) 

"สุบิน"  เป็นผู้ช่วยของพี่ตั้มที่บริษัทเมดิคไลฟ์ที่พี่ตั้มทำงานอยู่

"สุบิน"  เป็นคนใต้

 "สุบิน"  เป็นมือทรัมเป็ต.....

 

 

 

 

พวกเราก็เริ่มซ้อมกับ "สุบิน" ในฐานะมือทรัมเป็ตคนใหม่..............  

 

............................................. 

 .................................

 ..........................

.................... 

............. 

วงไอ้แว่นมักมาแอบใช้ห้องซ้อมของคณะเป็นที่ซ้อมกันบ่อยๆ

(ห้องซ้อมของคณะใช้ซ้อมได้เฉพาะเพลงที่อยู่ในการเรียนการสอนเท่านั้น

ห้ามซ้อมเพลงอื่นนอกเหนือจากที่เรียน เช่น ป๊อบ,ร็อค,สกา!!!)

ซึ่งห้องซ้อมของคณะอยู่ชั้น 4 ของตึกเรียน

และข้างล่างชั้น 3 เป็นที่เรียนของสาขาการแสดงดนตรี(ดนตรีคลาสสิค)

บ่อยครั้งที่เสียงจากการซ้อมดนตรีของพวกเราที่อยู่บนชั้น 4

จะเล็ดลอดลงมาสร้างความรำคาญให้กับคนชั้น 3 

 

 

 

 

แต่มันไม่ได้สร้างความรำคาญให้กับชายหนุ่มผู้เป่าทรัมเป็ตที่ชื่อ  "รูดี้".... 

เขาถือทรัมเป็ตคู่ใจเดินขึ้นมาจากชั้น3สู่ชั้น4เพื่อตามหากลุ่มคนที่เป็นต้นตอของเสียงนั้น

และเขาก็พบเข้ากับกลุ่มชายที่น่ารักน่าชัง 8 คน

กำลังบรรเลงดนตรีที่เขาไม่คุ้นเคยแต่ดูน่าสนุกสำหรับเขา

มันทำให้เขารวบรวมความกล้าที่จะเปิดประตูห้องซ้อมเข้ามาอย่างไร้มารยาทเเล้วพูดขึ้นว่า

 

 

 

 

"เฮ้ย...!!!.....ซ้อมไรกันน่ะ  เล่น ด้วยคนดิ...."

 

 

 

 

 

กลุ่มชายที่น่ารักน่าชังทั้ง 8 นอกจากจะไม่ตกใจแล้วยังชวนให้  "รูดี้" เข้ามาซ้อมเล่นด้วยกันอย่างหน้าตาเฉย....

 

 

 

พี่ตั้มเป็นคนเสนอว่าอยากให้วงมีเครื่องเป่าเป็นทรัมเป็ต 2 ตัว และทรอมโบน 1 ตัว

จะได้มีซาวนด์ที่แตกต่างจากวงสกาของไทยหลายๆวงในตอนนั้น (ซึ่งก็มีไม่กี่วงหรอก)

 

 

 

"รูดี้"  จึงกลายเป็นสมาชิกคนที่ 9 ของ SPG ........

 

 

 

 

 

สรุปรายชื่อ สมาชิก SPG ในยุค "หัดเดิน"

 

คุณ  "อาร์ท"  ในตำแหน่งกลอง

คุณ  "แม็ก"   ในตำแหน่งขับร้อง

คุณ  "พู่กัน"  ในตำแหน่งขับร้อง

คุณ  "โอ๊ต"   ในตำแหน่ง กีตีาร์

คุณ  "ตั้ม"    ในตำแหน่งเบส

คุณ  "ปอม ปอม"  ในตำแหน่งคีย์บอร์ด

คุณ  "อุ้ย"  ในตำแหน่ง ทรอมโบน 

คุณ "สุบิน" ในตำแหน่ง ทรัมเป็ต  

คุณ "รูดี้" ในตำแหน่ง ทรัมเป็ต

 

 

 

สารภาพอย่างหน้าไม่อายว่าเป้าหมายเเรกของวงไอ้แว่นคือ

ไปออดิชั่นเพื่อเล่นร้านชื่อดังร้านหนึ่งบนถนนข้าวสาร(ซึ่งก็มีวง สกา ชื่อดังหลายวงไปเล่นที่นั้น) 

จากการซ้อมอย่างหนักวงไอ้เเว่นมีความพร้อมในการไปออดิชั่น200%..... 

 

แต่ดันไม่ได้ไปออดิชั่นซะงั้น!!!!!! 

 

อะไรทำให้พวกเขาต้องพลาดการออดิชั่น!!!!!!

 

ทำไมร้านเเรกที่SPGไปเล่นถึงจ้างพวกเค้าด้วยค่าตัวแค่่ 350 บาทไทย !!!!!!!

 

และเมื่อวงไอ้แว่นถึงคราวต้องเปลี่ยนชื่อ..!!!!!

 

เปลี่ยนเป็นชื่อไหน?

 

เพราะอะไร

 

ทำไม

 

ยังไง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจอกันตอนหน้า .......

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปล.ตอนนี้ชาว Hot 91.5 สามารถฟังเพลง "ว้าเหว่" ซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุดของเราได้เเล้วนะครับ

ส่ง SMS ไปขอกันให้ถล่มทลายได้โดย พิมพ์ ว่า 

 

 

"ขอเพลง ว้าเหว่ ของ The superglasses ska ensemble หน่อยค่ะ

ถ้าไม่เปิดให้     หนูขอให้พี่เป็นหมัน นะค่ะ

หรือถ้าพี่เป็นผู้หญิง ก็ขอให้หาสามีไม่ได้อยู่เป็นโอลิเวอร์ คาน ไปตลอดชีวิตเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ"

 

 

แล้วส่งไปที่ 4802915

เพียงเท่านี้ดีเจ ก็จะเปิดเพลง ว้าเหว่ ให้ฟังครับ 

 

 

 

 

 

 

ปล2. ล่าสุดคุณปิ๊กกลับมาตั้งวงสกาสุดเจ๋งกับเพื่อนๆของเค้าใช้ชื่อวงว่า

"Lazanya Fusion Ska Band"

นี่คือ Hi5 วงของเค้าครับ

 http://hi5.com/friend/p424124264--Lazanya%20Fusion%20Ska%20Band--html 

 อย่าลืมเข้าไปฟังเพลงวงเค้าด้วยนะครับ

 

 

 

 

 

 

ปล3.ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆวงที่ประกวด Coke Music award 2010 สู้ๆนะครับ

 

 

 

 

 

 

ดูแลสุขภาพกันด้วยนะทุกคน

 

สวัสดี......   ; P 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 8 Sep 2010 04:08:50 by spgska

 

 

 

edit @ 8 Sep 2010 04:28:15 by spgska

edit @ 8 Sep 2010 04:38:50 by spgska

edit @ 8 Sep 2010 04:44:06 by spgska

edit @ 8 Sep 2010 04:48:32 by spgska

edit @ 8 Sep 2010 05:00:08 by spgska

edit @ 8 Sep 2010 05:06:51 by spgska

edit @ 8 Sep 2010 05:13:13 by spgska